Tiny Star

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557

วิธีการเปิดบัญชี Paypal เพื่อใช้รับตัง

สมัคร Paypal

สิ่งที่ต้องใช้ในการสมัคร PayPal ใน 2 ขั้นตอนหลักๆ ของการสมัคร มีดังนี้

ขั้นตอนที่ 1.ในการสมัคร Paypal นั้นต้องใช้

1.1 อีเมลล์ที่ใช้งานได้จริง ของ Hotmail, Gmail, Yahoo หรือที่อื่นอะไรก็ได้
1.2 ชื่อ-นามสกุล ตรงตามบัญชีธนาคาร และ ที่อยู่จริงตามบัตรประชาชน
1.3 บัตรเดบิด ( เช่น บัตร B1st ของธนาคารกรุงเทพ) หรือบัตรเครดิตของธนาคารอื่นๆ

ขั้นตอนที่ 2. ในการเชื่อมโยงหรือผูกบัตร หรือบัญชี กับ Paypal นั้นต้องใช้

2.1 บัตรเดบิต/บัตรเครดิต หรือ บัญชีธนาคาร อย่างใดอย่างหนึ่ง แนะนำว่าใช้บัตร บัตรเดบิต เช่น Be1st ของธนาคารกรุงเทพเพราะทำง่ายสะดวกและปลอดภัยที่สุด ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เปิดบัญญีใหม่เพียง 500 บาทเอง
2.2 เงินในบัญชีไม่เกิน 100 บาท โดย paypal จะหักเงินในบัญชีเราเพื่อต้องการทราบว่าสามารถตัดเงินจากบัญชีหรือบัตรเราได้จริง แล้วทาง Paypal จะคืนเงินให้ภายหลังใน Paypal เป็นโบนัส
    ในขั้นตอนที่ 2. นี้ ทำเพื่อยืนยันตัวตนว่าบัญชีนั้นมีอยู่และงานได้จริง ถ้าไม่ทำขั้นตอนนี้ก็ใช้สามารถบัญชีได้ โดยสามารถรับเงินที่โอนเข้ามาได้ แต่ไม่สามารถถอนเงินเข้าบัญชีธนาคารในไทยได้ และอาจจะมีปัญหาอื่นๆตามมาทีหลังอีก ทางที่ดีก่อนทำธุรกรรมทางการเงินกับ Paypal ควรยืนยันตัวตนก่อน

ขั้นตอนการ สมัคร PayPal โดยใช้ธนาคาร กรุงเทพ กสิกร ไทยพาณิชย์

1. สมัคร PayPal ประเทศไทย ก่อนเข้าไปที่ www.paypal.com/th
สมัคร PayPal
2.ให้ทำตามรูป เลยครับ เลือกแบบ Premier จะดีที่สุด ไม่ต้องอัพเกรดอีกในภายหลัง
วิธีสมัคร PayPal
4.กรอกรายละเอียด ตามรูปครับ (กรอกเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ ) จดรหัสผ่านไว้ด้วยกันลืม ตามรูปข้างล่าง
สมัคร PayPal
สมัคร PayPal
    ตามรูปข้างบน สำหรับคนที่มีบัตรแล้วให้ใส่ข้อมูลได้เลย ตรงช่องกรอกข้อมูลบัตร วันที่หมดอายุที่บัตรจะเขียนว่า exp ก็ดูที่บัตร เช่น exp 10/18 หมายถึง เดือน 10 ปี 2018 ส่วน cvv ก็ดูหลังบัตร เลข 3 ตัว

เมื่อเราทำการสมัคร เรียบร้อยแล้ว เราจะต้องทำการยืนยัน Email ให้เข้าไปเช็ค 
Email ที่เราใช้ สมัครกับ Paypal ใน Email จะมีเมลล์ที่เพพาวส่งมา สองฉบับ แต่ให้คลิกเข้าไป ใน Email ที่ชื่อว่า เปิดใช้บัญชี PayPal ของคุณ  แล้วคลิกยืนยันที่คำว่า “คลิกเพื่อเปิดบัญชีของคุณ”
สมัคร Paypal

จากนั้นเราก็ใส่รหัสผ่าน ให้เหมือนกับตอนที่สมัคร
สมัคร Paypal
จากนั้น  ก็ใส่คำถามเพื่อความปลอดภัยครับ(กันไว้ในกรณีที่เราลืมรหัสผ่าน)
สมัคร Paypal
เมื่อเราล็อกอินเข้าระบบ ของ PayPal แล้วมองจากรูปเราควรจะทำการยืนยันบัตรของเราครับโดยวิธีทำ ทำตามรูปเลยครับ
จากนั้นทำตามรูปเลยครับ
เมื่อเรากดแล้วทาง paypal จะทำการหักเงิน 1.95$ หรือประมาณ 60-70 บาทนะครับ
จาก นั้นเราก็เข้าไปติดต่อกับทาง ทางธนาคารของเรา เพื่อไปขอหมายเลข paypal 4 ตัวนะครับ
หรือโทร ไปที่ 1333 ครับ
กด 1 เพื่อภาษาไทย
กด 0 ติดต่อเจ้าหน้าที่
กด 8 สอบถามเรื่องทั่วไป
จากนั้นกรอกรหัสบัตร Be1st 12 หลักครับ
จากนั้นกรอกรหัส ATM 4 หลัก
ระบบจะโอนสายไปให้เจ้าหน้าที่ ให้บอกไปว่า “สอบถามรหัส Paypal” เจ้าหน้าที่จะรู้ทันที แต่ “อาจจะ” มีการสอบถามข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตนเล็กน้อยนะครับ
พอเราได้รหัส 2 จำนวนจากการโทรไปถามธนาคาร เราก็เอารหัสที่ได้ เพื่อมา ยืนยันบัตรต่อใน โดยกรอกรูปด้านล่างครับ
Neobux









ถ้าใครสมัคร ไอแบงค์กิ้งของธนาคารกรุงเทพไว้ สามารถดูยอดเงิน 2 จำนวนเป็นรหัส 4 ตัวที่ Paypal ส่งมาให้ได้โดย ให้เราก็ login เข้าที่ไอแบงค์กิ้ง เพื่อดูเลขรหัส 4 ตัวเอาไปทำการยืนยันตัวตน พอเข้าไปดูก็จะเห็นว่าได้หักไปแล้ว ชึ่งตรงหน้าแสดงรายการรวมจะไม่เห็นเลขระหัส 4 ให้เรากดที่ หมายบัตรเคดิต ใต้หมายเลขบัญชีเราอะ จะเป็น xxxxxx1234 ประมาณนี้ กดเข้าไปเลยจะเจอ ให้เอาเลข 4 ตัวแรก จะเป็น xxxxpaypal เอาไปใส่ ก็เป็นเสร็จสิ้น
แล้ว paypal จะคืนเงินให้เรา 1.95$ ครับ เมื่อเรา ล็อกอินเข้าไปไน Paypal จะเหมือนรูปนี้ครับ
แค่ นี้เราก็มีบัญชี paypal แบบสมบูรณ์ครับ

แนะนำภาพส่งสอบง่ายๆผ่านสบาย

ภาพพิมพ์นิยม สอบที่ไหนผ่านตลอด

          ไมโครสต็อกมีลักษณะเหมือนธุรกิจการค้าขายทั่วไป คือมีช่างภาพซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตสินค้า และมีช่องทางการขายสินค้าหลาย ๆ ช่องทางให้วางสินค้าจำหน่าย แต่ละแห่งก็มีกลุ่มเป้าหมายและรายละเอียดทางการตลาดแตกต่างกัน  ไมโครสต็อกมีมากมายหลายแห่ง มีทั้งขนาดใหญ่ขนาดเล็ก มีทั้งเกิดใหม่และเลิกกิจการไป ช่างภาพแต่ละคนมีกลยุทธในการส่งภาพขายแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเหตุผลและสภาวะแวดล้อมของแต่ละคน
          บางคนเลือกที่จะเป็น Exclusive หรือช่างภาพประจำให้กับไมโครสต็อกเพียงแห่งเดียว เพื่อให้ได้ค่าคอมมิชชั่นมากขึ้นต่อการดาวน์โหลดหนึ่งครั้ง และมีเวลาไปสร้างสรรค์ภาพดี ๆ ที่มีคุณภาพสูง หรือทำงานอย่างอื่นในกรณีที่ไม่ได้ขายภาพแบบเต็มเวลา บางคนก็เลือกที่จะส่งภาพไปยังไมโครสต็อกหลัก ๆ เพียงสองสามแห่งที่ทำรายได้สูงสุดในวงการขายภาพออนไลน์ ในขณะที่บางคนเลือกจะส่งภาพไปยังไมโครสต็อกทุกแห่งเท่าที่สามารถส่งได้ เหตุผลของช่างภาพกลุ่มหลังก็คือ เป็นการกระจายความเสี่ยง และกระจายพื้นที่วางจำหน่ายสินค้าเพื่อเพิ่มโอกาสการขาย ไมโครสต็อกเล็ก ๆ บางแห่งที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ อาจจะไม่เป็นที่สนใจของช่างภาพสต็อกรุ่นใหญ่ แต่ก็สามารถทำรายได้ให้กับช่างภาพมือใหม่หรือช่างภาพระดับกลาง ๆ ที่เข้าไม่ถึงไมโครสต็อกยักษ์ใหญ่ได้เป็นอย่างดีก็มี
          สำหรับช่างภาพสต็อกมือใหม่ กลยุทธการส่งภาพไปยังไมโครสต็อกขนาดกลาง ๆ หรือไมโครสต็อกเกิดใหม่บางแห่ง ก็เป็นแนวทางที่น่าสนใจ เหตุผลสำคัญข้อหนึ่งก็คือ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไมโครสต็อกยักษ์ใหญ่อย่าง iStockphoto ได้กวาดเอาช่างภาพสต็อกฝีมือดีจำนวนมากไปเป็นช่างภาพแบบ Exclusive เรียบร้อยแล้ว ช่างภาพเหล่านั้นไม่มีโอกาสส่งภาพไปที่อื่นอีกแล้ว ดังนั้น  ในขณะที่ช่างภาพสต็อกมือใหม่ อาจจะเข้าถึงหรือต่อสู้ใน iStockphoto ได้ยาก แต่เมื่อมีไมโครสต็อกเกิดใหม่ หรือไมโครสต็อกที่เริ่มมองเห็นอนาคตที่ดี ตลาดนี้ก็จะเป็นตลาดที่ช่างภาพฝีมือดีแต่เป็น Exclusive ไปแล้วก็ไม่สามารถลงมากินส่วนแบ่งได้เช่นกัน เป็นโอกาสของบรรดาไมโครสต็อกเกอร์ระดับเริ่มต้นทั้งหลาย ที่จะเริ่มสะสมภาพและเจริญเติบโตไปพร้อม ๆ กับไมโครสต็อกใหม่ ๆ  ที่เกิดขึ้นได้ การส่งภาพไปยังไมโครสต็อกหลาย ๆ แห่ง จะใช้เพียงเวลาเท่านั้นที่ต้องเพิ่มขึ้น ในส่วนของภาพนั้นสามารถใช้ภาพเดิมที่มีอยู่ส่งซ้ำไปได้ทุกแห่ง เนื่องจากว่า ภาพที่เราขายอยู่ในไมโครสต็อกนั้น เป็นลิขสิทธิ์ของเราอย่างสมบูรณ์แบบ ตราบใดที่เรายังไม่ได้ส่งภาพแบบ Exclusive เราก็ยังคงสามารถส่งภาพไปขายที่ไหนก็ได้ตามที่เราต้องการ
          ไมโครสต็อกหลักที่ผมแนะนำไว้ในหนังสือชุด รวยทะลุเลนส์  คือ www.123rf.com     www.fotolia.com  www.dreamstime.com   www.shutterstock.com   www.iStockphoto.com  เป็นไมโครสต็อกชั้นแนวหน้าเจ้าเก่าที่ช่างภาพสต็อกทั่วไปรู้จักกันดี ช่างภาพส่วนใหญ่ก็ขายภาพออนไลน์กันในเว็บไซต์ตัวแทนขายภาพหลักทั้ง แห่งนี้ แต่ก็ยังมีไมโครสต็อกขนาดกลางและไมโครสต็อกเกิดใหม่บางแห่ง ที่น่าสนใจและดูมีอนาคตซึ่งนักถ่ายภาพสต็อกชาวไทยกลุ่มหนึ่งได้ทดลองส่งภาพเข้าไปขาย และทำรายได้ได้ดีพอสมควร ซึ่งผมอยากให้นักถ่ายภาพสต็อกที่ยังไม่เคยลองส่ง ได้ลองส่งดูถ้าหากมีเวลามากพอ การแนะนำให้ช่างภาพส่งภาพเข้าไปมาก ๆ มองในแง่หนึ่งเป็นการแนะนำคู่แข่งเข้าไปขายภาพแข่งกับช่างภาพเดิม ช่างภาพที่ขายภาพอยู่แล้วบางรายอาจจะไม่ชอบ แต่มองในอีกมุมหนึ่ง ในมุมของลูกค้า การที่มีช่างภาพสต็อกส่งภาพที่มีคุณภาพดี มีเนื้อหาหลากหลายมากมายเข้าไปขายกันเยอะ ๆ ในไมโครสต็อกแห่งใดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะไมโครสต็อกกลาง ๆ หรือเกิดใหม่ จะทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจว่า เมื่อเข้ามาค้นหาภาพในไมโครสต็อกแห่งนั้นแล้ว ก็จะได้ภาพที่ต้องการไปใช้งานอย่างแน่นอน ลูกค้าของไมโครสต็อกแห่งนั้นก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น โอกาสในการขายโดยรวมก็มากขึ้น ลองคิดถึงตัวเราในฐานะผู้ซื้อสินค้า เราคงไม่อยากไปซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าที่มีขนาดเล็ก หรือมีสินค้าไม่กี่อย่างให้เราเลือกซื้อ ถ้าเลือกได้เราก็ต้องเลือกห้างหรือร้านที่มีสินค้าหลากหลายมากที่สุด หรือแม้แต่เป็นร้านค้าเฉพาะอย่าง เฉพาะทาง (เช่น ร้านขายเครื่องสำอางอย่างเดียว ร้านขายวัสดุเกี่ยวกับบ้านโดยเฉพาะ เป็นต้น) ก็ต้องมีสินค้ากลุ่มดังกล่าวหลากหลาย Items เป็นพิเศษเช่นเดียวกัน  ถ้าห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้านั้นอยู่ใกล้บ้านเรา หรือมีโครงสร้างราคา มีโปรโมชั่น ฯลฯ ที่เราต้องการอยู่พอดี เราก็คงไม่ลังเลที่จะเป็นลูกค้าของห้างหรือร้านนั้นเป็นแน่ ดังนั้น การส่งเสริมให้ช่างภาพเข้าไปขายภาพในไมโครสต็อกระดับกลาง ๆ หรือที่เปิดใหม่มาก ๆ จึงเท่ากับเป็นการทำให้ไมโครสต็อกเหล่านั้น มีสินค้าที่มีคุณภาพดีหลากหลายมากขึ้น ลูกค้าก็จะมากขึ้น และโอกาสการขายของทุกคนก็จะเพิ่มมากขึ้นในที่สุด
          ไมโครสต็อกกลางๆ  หรือเปิดใหม่บางแห่ง แม้จะมีขนาดเล็ก มีจำนวนภาพน้อย มียอดขายไม่มาก ต้องการช่างภาพ ต้องการปริมาณภาพอยู่อีกจำนวนมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่า ทุกแห่งจะรับช่างภาพหรือรับภาพแบบสุ่มสี่สุ่มห้า เพื่อการเจริญเติบโตที่มั่นคงและภาพลักษณ์ที่ดีของธุรกิจในอนาคต การคัดเลือกช่างภาพที่มีฝีมือดี และคัดเลือกเฉพาะภาพที่มีคุณภาพดีก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำอย่างเข้มงวด ดังนั้น จึงต้องมีการพิจารณาคุณภาพงานเบื้องต้นของช่างภาพแต่ละคนก่อนว่า จะเปิดให้ส่งภาพไปขายในไมโครสต็อกแห่งนั้น ๆ หรือไม่ การส่งภาพให้พิจารณานี้ ช่างภาพสต็อกชาวไทยเรานิยมเรียกกันว่า การสอบ” เพื่อให้เข้าใจง่าย ๆ สอบผ่านก็ได้ขายภาพในไมโครสต็อกแห่งนั้น สอบตกก็ต้องสอบใหม่ ไมโครสต็อกทุกแห่งเปิดโอกาสให้ช่างภาพที่สอบตก มีโอกาสสอบใหม่เสมอ แตกต่างกันเพียงแต่ระยะเวลาหรือรายละเอียดในการส่งสอบเท่านั้น
          การส่งภาพสอบในเว็บไซต์ตัวแทนขายภาพออนไลน์ขนาดกลางหรือเกิดใหม่นั้น ก็ไม่ใช่ว่าจะผ่านกันได้ง่าย ๆ บางแห่งมีเกณฑ์ในการพิจารณาสูงและเข้มงวดในการคัดเลือกช่างภาพมากกว่าไมโครสต็อกระดับ Top Class ของโลกเสียอีก ช่างภาพบางรายสอบผ่าน Shutterstock และ iStockphoto ซึ่งถือว่าเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการขายภาพออนไลน์แล้วเป็นปี แต่ก็สอบไม่ผ่านไมโครสต็อกเกิดใหม่บางแห่งอยู่เป็นปีเช่นกัน คำถามที่ผมได้รับหรือผ่านตาบ่อย ๆ ก็คือ จะต้องส่งภาพอะไร ภาพแบบไหน ไปสอบจึงจะมีโอกาสผ่าน เราจะมาดูกันครับ
          ในส่วนของตัวผมเองนั้น บรรดาไมโครสต็อกที่ต้องสอบทั้งหมด ทั้งเก่าและใหม่ ทั้งขนาดใหญ่ กลาง เล็ก ที่ผมได้เคยลองสอบตามที่มีรายชื่อด้านล่างนี้  ไมโครสต็อกที่ผมต้องส่งสอบเกินหนึ่งครั้งนั้น มีอยู่แห่งเดียวคือ iStockphoto เท่านั้น นอกจากนั้นส่งสอบครั้งเดียวผ่านทั้งหมด โดยบางแห่งนั้น  เป็นการสอบเพื่อที่จะลองวิชาหรือหาความรู้หรือข้อมูลสำหรับการตอบคำถามของเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ชาวสต็อกเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ส่งภาพไปขายจริงแต่อย่างใดเนื่องจากไม่มีเวลา ไมโครสต็อกใหม่ ๆ ที่ไม่มีอยู่ในหนังสือ รวยทะลุเลนส์” ที่ผมสอบผ่านแล้วมีดังนี้
          ไมโครสต็อกเกิดใหม่ที่เข้มงวดในการคัดเลือกช่างภาพ รวมทั้งเข้มงวดในการคัดเลือกภาพเข้าสู่ฐานข้อมูลของพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง การสอบที่นี่ถือว่าผ่านยากมากพอสมควร (ตามความเห็นของผม มีโอกาสผ่านน้อยกว่า www.shutterstock.comและ www.istockphoto.com เสียอีก)  แต่ผมก็ยังขอแนะนำให้นักถ่ายภาพสต็อกทุกคน พยายามส่งภาพสอบที่นี่ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะผ่านให้ได้ เนื่องจากไม่มีการกำหนดว่าให้สอบได้กี่ครั้ง สอบตกก็สอบใหม่ได้เรื่อย ๆ บางคนสอบไปเกือบยี่สิบรอบก็ยังไม่ผ่านสักที ทั้ง ๆ ที่ผ่านไมโครสต็อกหลักอื่น ๆ ครบทุกแห่งแล้ว เหตุผลที่แนะนำให้พยายามสอบไปเรื่อย ๆ ก็เพราะว่า เมื่อสอบผ่านแล้ว รายได้ที่ได้จากไมโครสต็อกแห่งนี้ ถือว่า ไม่แพ้ใครเหมือนกัน จำนวนภาพที่ได้รับ Approved เพียงสองสามร้อยภาพ ก็สามารถทำรายได้อย่างน่าพอใจ
          ไมโครสต็อกแห่งนี้ สำหรับการสอบ เราต้องส่งภาพให้เขาพิจารณาอย่างน้อย ภาพ แต่ตอนสอบ ผมส่งไปทั้งหมด 3ภาพ ตามนี้ครับ

          ไมโครสต็อกที่มีช่างภาพชาวไทยขายภาพอยู่มากพอสมควร และดูแล้วมีอนาคตสดใสดี การสอบถือว่าไม่ยากเกินไปนักเมื่อเทียบกับไมโครสต็อกระดับเดียวกัน การรับภาพก็ไม่ถึงกับเข้มงวดเกินไป  ต้องการภาพ ภาพสำหรับการพิจารณา  ผมส่งภาพชุดนี้ไปสอบ และผ่านในครั้งเดียว

          ไมโครสต็อกกลางเก่ากลางใหม่ที่มีฐานลูกค้ามากพอสมควรในแถบยุโรปและอเมริกา ต้องการภาพสอบจำนวน 10 ภาพ ปรากฏว่ามีภาพที่ได้รับการ Approved เข้าไปอยู่ใน Public Profile หรือ Portfolio ชุดแรกจำนวน ภาพ ไปอยู่ในกลุ่มRejected อีก ภาพ เท่ากับว่า ผ่าน ไม่ผ่าน แต่ก็สรุปว่า สอบผ่านได้เป็นช่างภาพของ Veer ในที่สุด นี่คือภาพทั้งสิบภาพครับ
ชุดที่ผ่าน
ชุดที่ไม่ผ่าน

          เว็บไซต์ตัวแทนขายภาพออนไลน์ที่ไม่ใหญ่ไม่เล็ก ขายภาพในราคากลาง ๆ ความยากในการสอบและคัดเลือกภาพก็อยู่ในระดับประณีประนอมระหว่างมือสมัครเล่นและมืออาชีพ ที่นี่ต้องการภาพสำหรับการสอบจำนวน 5 – 10 ภาพ แล้วแต่ใครจะส่งเท่าใดระหว่างจำนวนนี้ ผมเลยส่งไป ภาพ  และสอบผ่านด้วยภาพชุดนี้ครับ
 

          ไมโครสต็อกลูกผสมกึ่งมาโครสต็อก ขายภาพตั้งแต่ราคา เหรียญไปจนถึงหลายร้อยเหรียญ เป็นแหล่งชุมนุมมือเซียนในวงการภาพสต็อกอีกแห่งหนึ่ง คัดเลือกภาพคุณภาพสูง หลักเกณฑ์การตรวจภาพเข้มงวดมาก ที่นี่ต้องการภาพสำหรับสอบจำนวน ภาพ  ซึ่งผมสอบผ่านด้วยภาพชุดนี้ครับ
             ไมโครสต็อกแห่งล่าสุดที่ผมสอบผ่านคือ www.graphicleftovers.com ซึ่งจะต้องส่งภาพสอบจำนวน 20 ภาพ และข้อควรระวังก็คือ ที่นี่ห้ามส่งภาพที่เข้าข่ายต้องใช้ Model Release ไปสอบเป็นอันขาด ส่งได้เฉพาะภาพทั่ว ๆ ไปที่ไม่มีคนเข้ามาเกี่ยวข้องเท่านั้น หลังจากส่งภาพไปได้ประมาณสามวัน ผลสอบก็ออกมา ปรากฏว่าสอบผ่านครับ ภาพชุดที่ใช้ส่งสอบมีดังนี้
          ประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่า ในบรรดาไมโครสต็อกที่สอบผ่านนั้น ส่วนใหญ่ผมก็ใช้ภาพชุดที่ซ้ำ ๆ  กันวนไปวนมา และภาพส่วนใหญ่ก็ถ่ายด้วยกล้องและเลนส์ธรรมดา ๆ ที่ไม่ถึงกับ โปร” แต่อย่างใด เกือบทั้งหมดมาจาก Canon 450D เพื่อนยากของผม กับ Tamron 17-50 มม. f 2.8  เท่านั้น แถมยังแสงธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ มีภาพที่ใช้แฟลชในการถ่ายไม่กี่ภาพเท่านั้น และแฟลชที่ใช้ ก็เป็นแฟลชราคาถูกขวัญใจคนจน ยี่ห้อ Yougnuo อีกด้วย ไม่ได้มีอะไรที่หรูหราไฮโซแต่อย่างใด ดังนั้น ผมขอยืนยันว่า นักถ่ายภาพที่ครอบครองอุปกรณ์ระดับพื้น ๆ ธรรมดาสามัญทั่วไปก็สามารถมั่นใจได้ว่า ถ้าหาก เข้าใจในหลักการของภาพสต็อกและเรียนรู้ทั้งทฤษฎีและเทคนิคในการถ่ายภาพอย่างเข้มข้นแล้ว ก็สามารถจะสอบผ่าน ได้เป็นอย่างภาพของไมโครสต็อกต่าง ๆ ได้ไม่ยาก ไม่ว่าไมโครสต็อกแห่งนั้น จะเข้ม เขี้ยว สอบยากเพียงใดก็ตาม สำหรับแนวคิดพื้นฐานในการส่งภาพสอบก็คือ
          ภาพสต็อก หรือ Stock Photography มีรูปแบบ แนวทางเฉพาะตัวสำหรับภาพประเภทนี้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของลักษณะแสง การวางองค์ประกอบ การให้เนื้อหาเรื่องราวในภาพ (รายละเอียดเหล่านี้ อยู่ในหนังสือของผมทั้งสามเล่ม ในบทความต่าง ๆ หน้าเว็บไซต์แห่งนี้ รวมทั้งมีอยู่มากมายในเว็บบอร์ดของเว็บไซต์แห่งนี้ครับ) ผู้ตรวจภาพแม้จะอยู่กันคนละสังกัดไมโครสต็อก แต่ก็มีมาตรฐานของ ภาพสต็อก” ในการตัดสิน ซึ่งมาตรฐานนี้ เป็นสิ่งซึ่งผมยืนยันว่าสามารถใช้ได้กับไมโครสต็อกทุกๆ แห่งเหมือนกันหมด ดังนั้น ช่างภาพสต็อกมีภาระหน้าที่เบื้องต้นในการทำความเข้าใจกับคำว่า ภาพสต็อก” หรือ “Stock Photography” ให้ชัดเจนเสียก่อนที่จะเริ่มถ่ายภาพ หรือเริ่มขายภาพ เมื่อพื้นฐานความเข้าใจในหลักการของภาพสต็อกชัดเจนแจ่มแจ้งแล้ว การที่จะดูหรือเลือกว่า ภาพไหนเป็นภาพที่เหมาะสำหรับส่งสอบ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเนื้อหาภาพหรือคุณภาพของไฟล์ ก็จะเป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินความสามารถของคนรักการถ่ายภาพอย่างแน่นอน